[BT]ฟิคเปิดตัว: ชายหนุ่มที่มีชื่อว่า กวิณ อัลฟอร์ท...
posted on 15 Jan 2009 12:17 by arysai-inu in BTตัวละครสำหรับ
มาแปะฟิคของกวิณค่ะ ฟิคนี้จะเล่าเรื่องสมัยช่วงที่กวิณยังเด็กและช่วงที่กวิณเป็นวัยรุ่นน่ะค่ะ
สกิลแต่งฟิคตกต่ำ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเน่าๆแปลกๆก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะ
ดาร์คได้อีกค่ะ
****************
ชายหนุ่มที่มีชื่อว่า กวิณ อัลฟอร์ท...(สกิลตั้งชื่อลงเหว)
โลกใบนี้ มีแต่สิ่งหลอกลวง...
ผู้คนสวมหน้ากากเพื่อความอยู่รอด...
(กวิณ ตอนสิบขวบ)
สองเท้าเล็กๆเดินย่ำบนหิมะสีขาวราวกับปุยนุ่นที่มีอยู่บางเบาบนพื้นหิน เด็กชายร่างเล็กอายุประมาณสิบขวบเดินอย่างทุลักทุเล ฝ่าฝูงชนบนทางเดินในย่านใจกลางเมืองอันแสนวุ่นวาย ผู้คนที่เดินผ่านเด็กชายไปมาต่างแปลกใจกับผมสีแดงเจิดจ้าที่โผล่ออกมาจากหมวกกันหนาวสีเข้มมอซอ และดวงตาสีเขียวมรกต ซึ่งดูผิดแผกจากชาวเมืองส่วนใหญ่ที่นี่ แต่เด็กชายตัวจ้อยก็ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาของคนรอบข้างและยังคงเดินต่อไป ไร้วี่แววของพ่อแม่ผู้ปกครองที่เด็กส่วนใหญ่ในวัยเดียวกันควรจะอยู่ด้วยยามที่เดินอยู่ในสถานที่เช่นนี้ หิมะยังคงร่วงโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย เด็กชายที่ชื่อว่ากวิณเดินต่อไปไม่นานนักก็หยุดลงอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง สถานที่ที่เขามาประจำ...
ร้านน้ำชาชื่อดังที่สุดในเมืองบ้านเกิดของเขา...
เด็กชายเจ้าของดวงตาสีมรกตจ้องมองผ่านบานกระจกเข้าไปในร้านอันแสนคึกคักอย่างไม่วางตา กลิ่นชาลอยหอมกรุ่นมาถึงด้านนอก กวิณมองควันชาที่ลอยม้วนตัวขึ้นไปจากโต๊ะที่ใกล้ที่สุดอย่างหลงใหล ถึงแม้แทบนับครั้งที่เขาจะได้ดื่มชาอุ่นๆซักถ้วย แต่เขาก็ติดใจในรสชาติของมันอย่างไม่ลืมเลือน...
......
....
...
..
“ไอ้เด็กนี่มาอีกแล้ว!! ออกไป!! ออกไป!! อย่ามาเกะกะหน้าร้านฉัน ไอ้เด็กบ้า!”
เจ้าของร้านน้ำชาวัยชราร่างอ้วนโผล่มาจากไหนไม่รู้ ผลักกวิณออกไปจากหน้าร้านจนเด็กชายล้มลงกองไปกับพื้นหิน ก่อนจะเตะซ้ำให้พ้นทาง เจ้าของร้านน้ำชาสบถด่าใส่เขาซึ่งเขาก็จับใจความไม่ได้ก่อนจะเดินเข้าร้านไป เด็กชายกัดฟันด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดจะส่งเสียงร้องใดๆหรือแสดงถึงอาการใดๆที่แสดงถึงความอ่อนแอ นี่เป็นสิ่งที่เขาพร่ำบอกกับตัวเองเสมอมา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกกระทำเช่นนี้ และเจ้าของร้านน้ำชาก็ไม่ใช่คนแรกที่ทำกับเขาแบบนี้เช่นกัน....
เด็กชายลุกขึ้นก่อนเดินโซเซไปตามทางเดิน เขาชินเสียแล้วกับการถูกทำร้าย...
พ่อของเขาก็ทำร้ายเขาเป็นประจำ เช่นเดียวกับวันนี้ พ่อของเขาอารมณ์เสียที่ไม่มีอาหารหลงเหลือที่จะทำอาหารมื้อเย็น จึงเริ่มลงมือทุบตีทำร้ายตัวเขาเพียงแค่ต้องการระบายอารมณ์ ในขณะที่แม่ของเขาทำได้แค่ร้องไห้อ้อนวอนให้พ่อของเขาหยุดเสียที...
ยามที่พ่อของเขาอารมณ์ดี เขาก็เหมือนพ่อของเด็กทั่วไปที่เอาใจใส่ลูก... แต่ยามที่พ่อของเขาอารมณ์เสีย ก็ลืมเสียหมดสิ้นว่าอะไรเป็นอะไร
ทันทีที่พ่อของเขา เริ่มหันไปทะเลาะกับแม่ของเขาที่มีน้ำตานองหน้า กวิณก็วิ่งหนีออกมาจากบ้าน สู่ร้านน้ำชา ดั่งเช่นทุกครั้งที่เขาเจอกับเหตุการ์ณแบบนี้...
วนเวียนเป็นแบบนี้เรื่อยไปทุกวัน... เด็กชายไม่รู้เลยว่ามันจะจบลงเมื่อไร...
เขาเกลียดพ่อของเขา และเขาก็เกลียดแม่ของเขาเช่นกัน...
กวิณทรุดตัวนั่งลงในซอกเล็กๆสกปรกระหว่างตัวอาคาร ดวงตาสีเขียวจ้องมองผู้คนที่สัญจรไปมาตามทางเดินสองข้างทาง เด็กชายตั้งใจว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะมืดซึ่งเขาคิดว่าพ่อของเขาน่าจะสงบลงแล้วเมื่อถึงเวลานั้น จึงค่อยกลับบ้าน กวิณนั่งจมอยู่ในห้วงคิดเงียบๆคนเดียว... อย่างที่เขาเคยทำเช่นทุกครั้ง
ทำไมเขาถึงเกลียดพ่อกับแม่ของเขาน่ะหรือ?
อาจจะเป็นเพราะพ่อของเขาทำร้ายเขา และแม่ของเขาที่ได้แต่ร้องไห้แต่ไม่ยอมช่วยเหลืออะไรเขาเลย...
แต่นั่นก็เพราะเขาอ่อนแอเองต่างหากถึงถูกพ่อทุบตี
ไม่ว่ายังไงก็ตาม คนเป็นพ่อเป็นแม่จะทำกับลูกในไส้แบบนี้หรือ...
สุดท้ายแล้วคนที่เขาเรียกว่าพ่อและแม่ เป็นแค่คนแปลกหน้าที่สวมหน้ากากใส่เขาเท่านั้น ไม่มีใครสนใจใครตั้งแต่ต้น แม้แต่ลูกของตนเองก็ตาม
สวมหน้ากากใส่กัน เพื่อดิ้นรนให้ตัวเองมีชีวิตอยู่...
กวิณจมอยู่ในความคิดของตัวเองเงียบๆซักพัก เด็กหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาและหยุดลงตรงหน้าเขา
ดวงตาสีมรกตเหลือบมองเพื่อนข้างบ้านของเขาวัยเดียวกันที่เขาแทบไม่คุยเลยด้วยซ้ำ คนตรงหน้ามองกวิณด้วยสายตาตื่นตระหนกปนหวาดกลัว
เด็กแทบทุกคนในย่านนี้ต่างก็กลัวเขาทั้งนั้น... แค่เพราะเขาไม่คิดจะพูดกับใคร เขาไม่ต้องการเพื่อนหรือใครทั้งนั้น มันไม่จำเป็นสำหรับเขา
คนตรงหน้าเด็กหนุ่มออกอาการกระวนกระวายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมา
....
...
...
.
“กวิณ... นายรู้รึเปล่า... พ่อแม่ของนาย...ตายแล้วน่ะ”
************************
เขาเสียใจรึเปล่าน่ะ...
เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตั้งแต่ที่เขารับรู้ข่าวการตายของพ่อแม่ของเขา จนถึงพิธีศพในวันนี้ เขาก็ไม่ได้ร้องไห้แม้แต่นิดเดียว...
หลังจากที่เด็กชายวิ่งหนีออกจากบ้าน พ่อของเขาก็ลงมือทำร้ายแม่อย่างรุนแรง จนเธอทนไม่ไหว คว้ามีดปอดผลไม้แทงสามีของตัวเอง แล้วฆ่าตัวตายตาม...
กวิณมองหลุมศพของบุพการีทั้งสองตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เหล่าเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานศพและคอยจัดการเรื่องงานศพของพ่อแม่ของเขาต่างกระซิบกระซาบ พลางเหลือบมองเด็กชายเป็นระยะๆ
ต่อหน้าก็บอกว่าสงสารเขา อยากรับเขามาอยู่ด้วย...
ลับหลังก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อแม่ของเขา สวมหน้ากาก... นินทากันสนุกปากกับความตายของผู้อื่น หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ต้องตาย...
งี่เง่าสิ้นดี...
......
.....
....
...
..
.
จู่ๆ กวิณก็รู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นบนหัว เด็กชายเงยหน้ามองชายหนุ่มแปลกหน้าที่วางมือบนหัวของเขาก่อนจะเริ่มขยี้ผม กวิณเบ้หน้า
“นี่... กวิณ...สนใจจะไปอยู่กับลุงที่บลอดเวนมั้ย”
กวิณเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยิ้มกว้าง...
'ยิ้มพิลึก' เด็กชายคิด
เหมือนเด็กหนุ่มจะสัมผัสได้...ว่าคนนี้แตกต่างจากผู้คนที่หลอกลวง...
สายลมพัดโชย... พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง...
...
...
..
.
************************
ยังไม่จบน่ะค่ะ มีต่อด้วยตอนพิเศษ ฮุฮุฮุ
*************************
สิบปีผ่านไป...
สวัสดีท่านผู้อ่านทั้งหลาย... ฉันคือลุงของกวิณเองล่ะ....
ฉันเป็นพี่ชายของพ่อของกวิณ ทันทีที่รู้ข่าวว่าน้องชายฉันตาย ฉันก็บึ่งไปงานศพทันที และก็รับตัวกวิณมาอยู่ด้วย
ตอนนี้กวิณมาอยู่ที่บลอดเวนได้แปดปีแล้ว... เจ้ากวิณก็อายุสิปแปดปี ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่นล่ะน่ะ
ตอนเด็กๆ ช่วงที่ฉันพากวิณมาที่บลอดเวนใหม่ๆ กวิณเป็นคนที่เงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่มีแม้แต่จะแสดงสีหน้าหรืออารมณ์เหมือนเด็กทั่วๆไป
แต่พอไม่นาน เจ้านั่นก็เริ่มพูดบ้าง นั่นก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีอยู่หรอก
แต่ดันมีนิสัยต่อยตีกับชาวบ้านไปทั่วแถมปากร้ายขึ้นเยอะด้วยน่ะสิ...
จำได้ว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กวิณหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เช้า ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไร เพราะเจ้านั่นก็หายไปเป็นประจำ (ส่วนใหญ่ก็ไปหาหนังสือนั่งอ่านตามที่เงียบๆที่ต่างๆ หรือไม่ก็ไปหาซื้อคอลเลคชั่นถ้วยชามาเก็บไว้อย่างเคยล่ะน่ะ) ฉันออกไปเดินซื้อของมาตุนสำหรับร้านน้ำชาที่ฉันเพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้ ระหว่างทางกลับ ฉันก็ไปเห็นบางอย่างเข้า...
..........
......
...
.
ชายหนุ่มผมแดงที่ดูคุ้นตายืนอยู่ในซอกตึกอีกฟากของถนน ทันทีที่เห็นสีผมก็รู้ทันทีว่าเป็นหลานชายตัวดีของฉันนั่นเอง ฉันก้าวขาไปหาตากวิณที่ตัวเปื้อนเลือดที่กระเซ็นมา รอยยิ้มชั่วร้ายฉายบนใบหน้าและดวงตาสีมรกตที่มองกลุ่มคนที่นอนจมกองเลือดอย่างพอใจ
ทันทีที่ฉันไปถึง ฉันก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้านั่นก็ส่งสายตาน่ากลัวมาให้วูบหนึ่ง ก่อนจะบอกปัดๆ แต่ก็จับใจความได้ว่า กลุ่มคนที่นอนปางตายนั้นดันมาหาเรื่องตอนเขาอารมณ์เสียก็แค่นั้น... แถมยังมีการแอบจิกกัดด้วยว่าแว่นสายตาที่ขอไปเมื่อไรจะได้...
หลานฉันนี้จริงๆเลย ไม่ใช่ว่าไปพูดอะไรเข้าจนกลุ่มคนนั่นโมโหหรอกรึ...
ให้ตายสิ... แบบนี้ต้องรีบจับตากวิณให้ทำงานในร้านน้ำชาซะแล้ว จะได้ไม่มีเวลาไปทะเลาะกับชาวบ้าน...
ก็เจ้านั่นชอบชาจะตาย ถ้าได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก เวลาก็คงมีน้อยลงที่จะไปกระทืบคนล่ะน่ะ
แล้วฉันก็ได้จะไปเที่ยวสบายใจเฉิบ...แต่งงานกับสาวสักคนให้ชุ่มหัวใจดีกว่า....
ยังไงก็ตามแต่ ก่อนอื่นก็ต้องแก้นิสัยโหดๆของเจ้านั่นก่อนล่ะน่ะ... ไม่งั้นเจ้านั่นได้ฆ่าลูกค้ายกร้านแน่ๆ...
อา....คุณลุงกลุ้มใจจริงหนอ....
***********
จบแล้วค่ะ สำหรับฟิคเปิดตัวของพ่อหนุ่มน้ำชา อ่านแล้วงงรึเปล่าค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค๊าาา
สำหรับรูปภาพประกอปฟิค เราวาดเด็กได้ห่วยค่ะ ฮือๆๆ
และเราก็อยากฝึกลงสีทับเส้น ปาดไปปาดมาก็ออกมาเปรอะๆแบบนี้ล่ะค่ะ... ขอโทษด้วยน่ะค่ะ
ส่วนตอนนี้ ปัจจุบัน พ่อหนุ่มกวิณก็อายุ 27 แล้วค่ะ ส่วนลุงของกวิณก็ไปลัลล้านอกเมือง นานๆถึงกลับมาเยี่ยมที
เดี๋ยววันหลังจะวาดลุงของกวิณน่ะค่ะ
EDIT (ขอประกาศรับสมัครแบบคุณ Nanaya บ้างน่ะค่ะ me/โดนถีบบบบ)
มาอีดิทค่ะ รับสมัครเคะรู้ใจให้พ่อหนุ่มน้ำชาจอมโหดค่ะ จะมีใครสนใจมั้ยหนอ... มาช่วยเยียวยากวิณหน่อย โหดมากไปเดี๋ยวกู่ไม่กลับ
edit @ 15 Jan 2009 18:49:47 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ
)
ยังดีนะที่ยังมีลุงใจดีอยู่ พ่อกวิณโหดเนอะ สงสัยที่กวิณโตมานิสัยอย่างนี้เพราะฝังใจเรื่องคุณพ่อแน่ๆ เลย แบบว่าใช้ความรุนแรงง่ะ....
แต่เอาใจช่วยนะคะ
#1 By อีฟ on 2009-01-15 13:13