ตัวละครสำหรับ

 

มาแปะฟิคของกวิณค่ะ ฟิคนี้จะเล่าเรื่องสมัยช่วงที่กวิณยังเด็กและช่วงที่กวิณเป็นวัยรุ่นน่ะค่ะ

สกิลแต่งฟิคตกต่ำ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเน่าๆแปลกๆก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะ

 

ดาร์คได้อีกค่ะ

****************

 

 ชายหนุ่มที่มีชื่อว่า กวิณ อัลฟอร์ท...(สกิลตั้งชื่อลงเหว)

 

 

 โลกใบนี้ มีแต่สิ่งหลอกลวง...


ผู้คนสวมหน้ากากเพื่อความอยู่รอด...

 

 

(กวิณ ตอนสิบขวบ)



 

สองเท้าเล็กๆเดินย่ำบนหิมะสีขาวราวกับปุยนุ่นที่มีอยู่บางเบาบนพื้นหิน เด็กชายร่างเล็กอายุประมาณสิบขวบเดินอย่างทุลักทุเล ฝ่าฝูงชนบนทางเดินในย่านใจกลางเมืองอันแสนวุ่นวาย  ผู้คนที่เดินผ่านเด็กชายไปมาต่างแปลกใจกับผมสีแดงเจิดจ้าที่โผล่ออกมาจากหมวกกันหนาวสีเข้มมอซอ และดวงตาสีเขียวมรกต ซึ่งดูผิดแผกจากชาวเมืองส่วนใหญ่ที่นี่ แต่เด็กชายตัวจ้อยก็ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาของคนรอบข้างและยังคงเดินต่อไป ไร้วี่แววของพ่อแม่ผู้ปกครองที่เด็กส่วนใหญ่ในวัยเดียวกันควรจะอยู่ด้วยยามที่เดินอยู่ในสถานที่เช่นนี้ หิมะยังคงร่วงโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย เด็กชายที่ชื่อว่ากวิณเดินต่อไปไม่นานนักก็หยุดลงอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง สถานที่ที่เขามาประจำ...

 

ร้านน้ำชาชื่อดังที่สุดในเมืองบ้านเกิดของเขา...

 

เด็กชายเจ้าของดวงตาสีมรกตจ้องมองผ่านบานกระจกเข้าไปในร้านอันแสนคึกคักอย่างไม่วางตา กลิ่นชาลอยหอมกรุ่นมาถึงด้านนอก กวิณมองควันชาที่ลอยม้วนตัวขึ้นไปจากโต๊ะที่ใกล้ที่สุดอย่างหลงใหล ถึงแม้แทบนับครั้งที่เขาจะได้ดื่มชาอุ่นๆซักถ้วย แต่เขาก็ติดใจในรสชาติของมันอย่างไม่ลืมเลือน...


......


....


...


..


“ไอ้เด็กนี่มาอีกแล้ว!! ออกไป!! ออกไป!! อย่ามาเกะกะหน้าร้านฉัน  ไอ้เด็กบ้า!”

 

เจ้าของร้านน้ำชาวัยชราร่างอ้วนโผล่มาจากไหนไม่รู้ ผลักกวิณออกไปจากหน้าร้านจนเด็กชายล้มลงกองไปกับพื้นหิน ก่อนจะเตะซ้ำให้พ้นทาง เจ้าของร้านน้ำชาสบถด่าใส่เขาซึ่งเขาก็จับใจความไม่ได้ก่อนจะเดินเข้าร้านไป เด็กชายกัดฟันด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดจะส่งเสียงร้องใดๆหรือแสดงถึงอาการใดๆที่แสดงถึงความอ่อนแอ นี่เป็นสิ่งที่เขาพร่ำบอกกับตัวเองเสมอมา

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกกระทำเช่นนี้ และเจ้าของร้านน้ำชาก็ไม่ใช่คนแรกที่ทำกับเขาแบบนี้เช่นกัน....


เด็กชายลุกขึ้นก่อนเดินโซเซไปตามทางเดิน เขาชินเสียแล้วกับการถูกทำร้าย...

 

พ่อของเขาก็ทำร้ายเขาเป็นประจำ เช่นเดียวกับวันนี้ พ่อของเขาอารมณ์เสียที่ไม่มีอาหารหลงเหลือที่จะทำอาหารมื้อเย็น จึงเริ่มลงมือทุบตีทำร้ายตัวเขาเพียงแค่ต้องการระบายอารมณ์ ในขณะที่แม่ของเขาทำได้แค่ร้องไห้อ้อนวอนให้พ่อของเขาหยุดเสียที...


ยามที่พ่อของเขาอารมณ์ดี เขาก็เหมือนพ่อของเด็กทั่วไปที่เอาใจใส่ลูก... แต่ยามที่พ่อของเขาอารมณ์เสีย ก็ลืมเสียหมดสิ้นว่าอะไรเป็นอะไร


ทันทีที่พ่อของเขา เริ่มหันไปทะเลาะกับแม่ของเขาที่มีน้ำตานองหน้า กวิณก็วิ่งหนีออกมาจากบ้าน สู่ร้านน้ำชา ดั่งเช่นทุกครั้งที่เขาเจอกับเหตุการ์ณแบบนี้...



วนเวียนเป็นแบบนี้เรื่อยไปทุกวัน... เด็กชายไม่รู้เลยว่ามันจะจบลงเมื่อไร...


เขาเกลียดพ่อของเขา และเขาก็เกลียดแม่ของเขาเช่นกัน...

 

 

 

กวิณทรุดตัวนั่งลงในซอกเล็กๆสกปรกระหว่างตัวอาคาร ดวงตาสีเขียวจ้องมองผู้คนที่สัญจรไปมาตามทางเดินสองข้างทาง เด็กชายตั้งใจว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะมืดซึ่งเขาคิดว่าพ่อของเขาน่าจะสงบลงแล้วเมื่อถึงเวลานั้น จึงค่อยกลับบ้าน กวิณนั่งจมอยู่ในห้วงคิดเงียบๆคนเดียว... อย่างที่เขาเคยทำเช่นทุกครั้ง

 

 



ทำไมเขาถึงเกลียดพ่อกับแม่ของเขาน่ะหรือ?


อาจจะเป็นเพราะพ่อของเขาทำร้ายเขา และแม่ของเขาที่ได้แต่ร้องไห้แต่ไม่ยอมช่วยเหลืออะไรเขาเลย...

แต่นั่นก็เพราะเขาอ่อนแอเองต่างหากถึงถูกพ่อทุบตี

 

ไม่ว่ายังไงก็ตาม คนเป็นพ่อเป็นแม่จะทำกับลูกในไส้แบบนี้หรือ...

 


สุดท้ายแล้วคนที่เขาเรียกว่าพ่อและแม่ เป็นแค่คนแปลกหน้าที่สวมหน้ากากใส่เขาเท่านั้น ไม่มีใครสนใจใครตั้งแต่ต้น แม้แต่ลูกของตนเองก็ตาม

 


สวมหน้ากากใส่กัน เพื่อดิ้นรนให้ตัวเองมีชีวิตอยู่...

 

 

กวิณจมอยู่ในความคิดของตัวเองเงียบๆซักพัก  เด็กหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาและหยุดลงตรงหน้าเขา


ดวงตาสีมรกตเหลือบมองเพื่อนข้างบ้านของเขาวัยเดียวกันที่เขาแทบไม่คุยเลยด้วยซ้ำ คนตรงหน้ามองกวิณด้วยสายตาตื่นตระหนกปนหวาดกลัว

 

เด็กแทบทุกคนในย่านนี้ต่างก็กลัวเขาทั้งนั้น...  แค่เพราะเขาไม่คิดจะพูดกับใคร เขาไม่ต้องการเพื่อนหรือใครทั้งนั้น มันไม่จำเป็นสำหรับเขา

 

คนตรงหน้าเด็กหนุ่มออกอาการกระวนกระวายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมา


....


...


...


.


“กวิณ... นายรู้รึเปล่า... พ่อแม่ของนาย...ตายแล้วน่ะ”




************************

 

 



เขาเสียใจรึเปล่าน่ะ...



เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตั้งแต่ที่เขารับรู้ข่าวการตายของพ่อแม่ของเขา จนถึงพิธีศพในวันนี้ เขาก็ไม่ได้ร้องไห้แม้แต่นิดเดียว...



หลังจากที่เด็กชายวิ่งหนีออกจากบ้าน พ่อของเขาก็ลงมือทำร้ายแม่อย่างรุนแรง จนเธอทนไม่ไหว คว้ามีดปอดผลไม้แทงสามีของตัวเอง แล้วฆ่าตัวตายตาม...

 

กวิณมองหลุมศพของบุพการีทั้งสองตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เหล่าเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานศพและคอยจัดการเรื่องงานศพของพ่อแม่ของเขาต่างกระซิบกระซาบ พลางเหลือบมองเด็กชายเป็นระยะๆ


ต่อหน้าก็บอกว่าสงสารเขา อยากรับเขามาอยู่ด้วย...


ลับหลังก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อแม่ของเขา สวมหน้ากาก... นินทากันสนุกปากกับความตายของผู้อื่น หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ต้องตาย...

 

งี่เง่าสิ้นดี...

 

 ......

.....

....

...

..

.

 

 

จู่ๆ กวิณก็รู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นบนหัว เด็กชายเงยหน้ามองชายหนุ่มแปลกหน้าที่วางมือบนหัวของเขาก่อนจะเริ่มขยี้ผม กวิณเบ้หน้า

“นี่... กวิณ...สนใจจะไปอยู่กับลุงที่บลอดเวนมั้ย”

กวิณเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยิ้มกว้าง...

 

'ยิ้มพิลึก' เด็กชายคิด


เหมือนเด็กหนุ่มจะสัมผัสได้...ว่าคนนี้แตกต่างจากผู้คนที่หลอกลวง...


สายลมพัดโชย... พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง...


...


...


..


.

 ************************

 

ยังไม่จบน่ะค่ะ มีต่อด้วยตอนพิเศษ  ฮุฮุฮุ

 

*************************

 

สิบปีผ่านไป...


สวัสดีท่านผู้อ่านทั้งหลาย... ฉันคือลุงของกวิณเองล่ะ....


ฉันเป็นพี่ชายของพ่อของกวิณ ทันทีที่รู้ข่าวว่าน้องชายฉันตาย ฉันก็บึ่งไปงานศพทันที และก็รับตัวกวิณมาอยู่ด้วย


ตอนนี้กวิณมาอยู่ที่บลอดเวนได้แปดปีแล้ว... เจ้ากวิณก็อายุสิปแปดปี ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่นล่ะน่ะ


ตอนเด็กๆ ช่วงที่ฉันพากวิณมาที่บลอดเวนใหม่ๆ กวิณเป็นคนที่เงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่มีแม้แต่จะแสดงสีหน้าหรืออารมณ์เหมือนเด็กทั่วๆไป


แต่พอไม่นาน เจ้านั่นก็เริ่มพูดบ้าง นั่นก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีอยู่หรอก


แต่ดันมีนิสัยต่อยตีกับชาวบ้านไปทั่วแถมปากร้ายขึ้นเยอะด้วยน่ะสิ...

 

 

จำได้ว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กวิณหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เช้า ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไร เพราะเจ้านั่นก็หายไปเป็นประจำ (ส่วนใหญ่ก็ไปหาหนังสือนั่งอ่านตามที่เงียบๆที่ต่างๆ หรือไม่ก็ไปหาซื้อคอลเลคชั่นถ้วยชามาเก็บไว้อย่างเคยล่ะน่ะ)  ฉันออกไปเดินซื้อของมาตุนสำหรับร้านน้ำชาที่ฉันเพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้ ระหว่างทางกลับ ฉันก็ไปเห็นบางอย่างเข้า...

 

..........

 

......

 

...

 

.

 

 
ชายหนุ่มผมแดงที่ดูคุ้นตายืนอยู่ในซอกตึกอีกฟากของถนน ทันทีที่เห็นสีผมก็รู้ทันทีว่าเป็นหลานชายตัวดีของฉันนั่นเอง ฉันก้าวขาไปหาตากวิณที่ตัวเปื้อนเลือดที่กระเซ็นมา รอยยิ้มชั่วร้ายฉายบนใบหน้าและดวงตาสีมรกตที่มองกลุ่มคนที่นอนจมกองเลือดอย่างพอใจ


ทันทีที่ฉันไปถึง ฉันก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้านั่นก็ส่งสายตาน่ากลัวมาให้วูบหนึ่ง ก่อนจะบอกปัดๆ แต่ก็จับใจความได้ว่า กลุ่มคนที่นอนปางตายนั้นดันมาหาเรื่องตอนเขาอารมณ์เสียก็แค่นั้น... แถมยังมีการแอบจิกกัดด้วยว่าแว่นสายตาที่ขอไปเมื่อไรจะได้...

 

หลานฉันนี้จริงๆเลย ไม่ใช่ว่าไปพูดอะไรเข้าจนกลุ่มคนนั่นโมโหหรอกรึ...

 

 

ให้ตายสิ... แบบนี้ต้องรีบจับตากวิณให้ทำงานในร้านน้ำชาซะแล้ว จะได้ไม่มีเวลาไปทะเลาะกับชาวบ้าน...


ก็เจ้านั่นชอบชาจะตาย ถ้าได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก เวลาก็คงมีน้อยลงที่จะไปกระทืบคนล่ะน่ะ


แล้วฉันก็ได้จะไปเที่ยวสบายใจเฉิบ...แต่งงานกับสาวสักคนให้ชุ่มหัวใจดีกว่า....


ยังไงก็ตามแต่ ก่อนอื่นก็ต้องแก้นิสัยโหดๆของเจ้านั่นก่อนล่ะน่ะ... ไม่งั้นเจ้านั่นได้ฆ่าลูกค้ายกร้านแน่ๆ...

 

 

 

 

 

อา....คุณลุงกลุ้มใจจริงหนอ....

 

 

***********

 

จบแล้วค่ะ สำหรับฟิคเปิดตัวของพ่อหนุ่มน้ำชา อ่านแล้วงงรึเปล่าค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค๊าาา

 

สำหรับรูปภาพประกอปฟิค เราวาดเด็กได้ห่วยค่ะ ฮือๆๆ และเราก็อยากฝึกลงสีทับเส้น ปาดไปปาดมาก็ออกมาเปรอะๆแบบนี้ล่ะค่ะ... ขอโทษด้วยน่ะค่ะ

 

ส่วนตอนนี้ ปัจจุบัน พ่อหนุ่มกวิณก็อายุ 27 แล้วค่ะ ส่วนลุงของกวิณก็ไปลัลล้านอกเมือง นานๆถึงกลับมาเยี่ยมที

 

เดี๋ยววันหลังจะวาดลุงของกวิณน่ะค่ะ

EDIT (ขอประกาศรับสมัครแบบคุณ Nanaya บ้างน่ะค่ะ me/โดนถีบบบบ)

มาอีดิทค่ะ รับสมัครเคะรู้ใจให้พ่อหนุ่มน้ำชาจอมโหดค่ะ จะมีใครสนใจมั้ยหนอ...  มาช่วยเยียวยากวิณหน่อย โหดมากไปเดี๋ยวกู่ไม่กลับ


edit @ 15 Jan 2009 18:49:47 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วไม่งงค่ะ confused smile อดีตกวิณน่าสงสารดีแท้ (สงสัยต้องควานหาตัวคนอดีตอบอุ่นแล้วมั้ง บลอดเวนนี่.....sad smile ช่างเป็นเมืองรวมคนโศกจริงๆ)
ยังดีนะที่ยังมีลุงใจดีอยู่ พ่อกวิณโหดเนอะ สงสัยที่กวิณโตมานิสัยอย่างนี้เพราะฝังใจเรื่องคุณพ่อแน่ๆ เลย แบบว่าใช้ความรุนแรงง่ะ....sad smile ต้องมีใครสักคนในบลอดเวนแหละ ที่ช่วยเยียวยาจิตใจกวิณได้ (อะนี่~~XD พูดเป็นหนังน้ำเน่าได้อีกฉัน 555+)

แต่เอาใจช่วยนะคะ cry

#1 By อีฟ on 2009-01-15 13:13

=[]=



กวิณ! กวิณลูกพ่อ!! /โดนจขบ.ตบ (อ่านแล้วแอบนึกถึงศิลนิดนึง.. sad smile )


เรื่องเศร้ามากเลยฮะ อ่านแล้วไม่งงนะงิ .... อ่านแล้วสงสารกวิณ ...สงสารไอ้กรด้วย... sad smile

เราหัวอกเดียวกัน
แต่กวิณไม่ออ่นแอเลยสักนิดอ่ะ sad smile แอบโหดด้วย (และหล่อด้วย XD (ฮา))
ส่วนไอ้กรอ่อนแอมาก .... sad smile
คนละเรื่องกันเลยทีเดียว 55+
ขอให้เจอคนที่เยียวยาจิตใจได้เร็วๆนะฮะ XD!
อร๊ายยย~~

แต่งฟิคเก่งกันจังเลยง่าาา ชอบบบ

ส่วนไอ้หนาว...*อึก..../วิ่งร้องไห้จากไป

เอาใจช่วยเช่นกันฮะ XDD รออ่านต่อ อร๊าย~ อย่างกวิณนี้ต้องเจอกะใครน้า~~ หุหุหุหุ

#2 By Kid [Naokun] on 2009-01-15 14:13

cry cry cry

#3 By 草の 明ら  on 2009-01-15 18:43


เห็นด้วยกับพี่อีฟ
บลอดเวนเป็นเมืองรวมคนโศกจริง ๆ 55

อดีตของกวิณทำให้เข้าใจขึ้นถึงนิสัยเค้า


เลียร์ก็เด็กกำพร้า
แต่เล่นไม่รู้เลยว่าพ่อแม่เป็นใคร
นิสัยคนละขั้วกันเลยล่ะ 555

เชื่อว่าจริง ๆ แล้วกวิณแอบอ่อนโยน !
( ถึงมันจะเป็นส่วนลึกกกกกมากกก็เถอะ 55555 )

ฟิกไม่งงเลย ไว้แต่งต่อไวไวนะ :D
(ได้ข่าวว่าตัวเองยังไม่แต่งงง
โฮกกกกกกกก ก)


#4 By โคตรไอซ์ . on 2009-01-15 19:43


กวิณ นายเท่ห์มาก อายุ 27 แล้วหรือเนี่ยย

ครึ่งต่อครึ่งกับน้องนันเลยทีเดียว

มายกมือ ผลักและดันน้องนันเข้าสมัครเป็นคนรู้ใจ กร๊ากกก

ร้านน้ำชาใช่มั้ยคะ พอดีเลย เข้าคู่กับเด็กฝึกงานร้านเบเกอรี่พอดี เอิ้กก

cry cry

#5 By yooney มาเยือน~ on 2009-01-15 21:18

หน้าภาพสุดท้ายยังหล่อได้อีก

ชอบๆ อิมเมจแบบนี้ก็ดีนะ

#6 By ++Soleil7775++[Nanaya] on 2009-01-15 23:12

อา....คุณลุงกลุ้มใจจริงหนอ.... <<<< ดันรู้สึกว่าลุงน่ารักเพราะประโยคนี้ล่ะ...

ระหว่างอ่านก็รู้สึกว่า....อา นี่มันลูกตากรนี่หว่า พอเลื่อนมาเจอเม้นไอ้หนาว ขำกลิ้งเลย XD

เคะของกวิน...ชาร์ลีท่าจะแก่เกิน sad smile ถ้าโดนกวิณรังแกหน่อยมีหวังร้องไห้บ้านแตกแหงเลย sad smile

ลองเขียนกวินเจอกับคนอื่น ๆ ดูสิ XD จะได้รู้ว่าเข้ากับใครได้มั่งไง~

#7 By ++Wadoiji++ on 2009-01-15 23:38

sad smile โอ้ว ดาร์กได้อีก ...

อ่านแล้วเศร้า T_T กวินนี่มันมองโลกในแง่ร้ายสุดๆ

เป็นเพราะยังไม่เจอเรื่องสนุกๆในชีวิตหรือป่าว!
(หรือภาพสุดท้ายตอนที่(แสยะ)ยิ้มนั่น...นายจะมีความสุข=[]=!!)
ยังไงมา BT ขอให้มีความสุขไวไวนะคะ
/me >_< ยื่นลีให้!

ปล.อ่านประวัติดู กวินแก่กว่าลีปีนึงแฮะ
หรือจะ..ต้องเรียกพี่กวิณ? 55+ >_< จั๊กจี๊ปากจัง
(อย่าเลยนะคะ 55+)

ปล2. ส่วนสูงใกล้ๆกัน แต่ดู นน. แล้ว....
โอ้แม่เจ้า ลีออนมันขี้ก้างุสดๆไปเลยนิ T0T
(ไม่จริงง. . .)

#8 By lovecook on 2009-01-17 11:32

กรี๊ดด
เรื่องโหดมากกค่ะ
อ่านแล้วหมองหม่นเล็กน้อย

อยากเห็นหน้าลุง ท่าทางจะหล่อ นิสัยดี XD

จะไปเยี่ยมร้านน้ำชาบ่อยนะคะ