[BT]Fic-Daily Life#1:One fine day with Megane brutal guy
posted on 19 Jan 2009 13:00 by arysai-inu in BTสำหรับโปรเจกต์นี้
มาแล้วค่ะ ฟิคชีวิตประจำวันของกวิณ จริงๆแล้วเป็นฟิคแฉวีรกรรมมากกว่า
ขออภัยถ้าอ่านแล้วงงน่ะค่ะ
***************************
Daily Life Fic #1: One fine day with Megane brutal guy
เสียงนาฬิกาปลุกบนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นลั่นห้องแสบหู...
ชายหนุ่มร่างสูงผมแดงบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย เขาส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความรำคาญ ก่อนจะใช้มือปัดนาฬิกาที่บอกเวลาตีสามครึ่งและยังคงส่งเสียงร้องชวนปวดหูดังลั่นตกลงไปจากโต๊ะกระแทกพื้น จนได้ยินเสียงเหมือนอะไรแตกซักอย่างภายในนาฬิกานั่น
และเสียงก็เงียบลง...
ชายหนุ่มยังคงนอนจมอยู่ในเตียงสักพัก แต่ไม่นาน เขาก็ลุกขึ้น ผละออกจากที่นอนแสนนุ่ม ผมสีแดงดูยุ่งเหยิง ดวงตาสีเขียวคมกริบฉายแววหงุดหงิดเล็กน้อย ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกครั้งเวลาตื่นนอน กวิณลากเท้าช้าๆ เดินเข้าห้องน้ำก่อนจะปิดประตูเสียงดังปัง
สี่สิบห้านาทีต่อมา ชายหนุ่มก็ออกมายืนนอกห้องเช่าของเกลที่เขาเช่าในโค้ทตัวสีดำสนิท อากาศตอนนี้ไม่ถึงกับหนาวจัด แต่ก็เย็นจนอย่างน้อยต้องใส่โค้ทกันหนาวเพื่อความอบอุ่น ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท กวิณเริ่มออกเดิน ปกติแล้วร้านน้ำชาเขาจะเปิดให้บริการตั้งแต่หกโมงเช้า จนถึงสี่โมงเย็น วันนี้เขาตื่นเช้ากว่าปกติเล็กน้อย เพราะต้องไปรับของที่สั่งไว้เพิ่มเติมสำหรับร้านน้ำชาของเขา
ไม่นานนัก ชายหนุ่มผมแดงก็หยุดอยู่ที่หน้าบ้านของชาร์ลี ชีน เกษตรกรและหมอสมุนไพรประจำเมืองบลอดเวน ซึ่งเจ้าของบ้านได้มายืนรออยู่แล้ว...
“อ่า...อรุณสวัสดิ์ครับ คุณกวิณ” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีมรกตมองคนตรงหน้า แต่แค่นั้นก็ทำเอาชาร์ลีหน้าเสีย “น....นี่เป็นใบสมุนไพรกับกลีบดอกไม้ที่คุณกวิณสั่งไว้น่ะครับ”
ชาร์ลีว่าก่อนจะยื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุของที่กวิณต้องการให้ชายหนุ่มร่างสูง...
“ขอบคุณครับ” กวิณกล่าวสั้นๆด้วยน้ำเสียงปกติของเจ้าตัว แต่อาจจะเป็นเพราะท่าทางที่ออกเย็นชาและแฝงความน่ากลัวไว้จึงทำให้คนตรงหน้าออกอาการตื่นกลัวและหน้าซีดเล็กน้อย กวิณไม่ได้ใส่ใจนัก เขารับของมาจากมือของชาร์ลี ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป และไม่คิดจะลาหรือพูดอะไรอีก
ประมาณสามสิบนาทีกวิณก็มาถึงร้านน้ำชาของเขา ชายหนุ่มไขกุญแจก่อนจะก้าวเข้าไป กวิณเดินไปเปิดสวิตซ์ไฟในร้านให้สว่างพอมองเห็น ก่อนจะเดินไปทางด้านหลังเคาน์เตอร์ประจำของเขา สู่ห้องเล็กๆที่เขาเก็บชาและเครื่องสมุนไพรต่างๆ
ชายหนุ่มแกะห่อสีน้ำตาลที่เขารับมาจากชาร์ลีออก ก่อนจะแบ่งใบสมุนไพรในกระดาษห่อนั้นแบ่งออกเป็นส่วนๆ ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆและเก็บไว้ในกระปุกโลหะที่เขาเตรียมไว้แล้ว จากนั้นจึงเรียงมันทั้งหมดไว้บนชั้น ต่อมา เขาก็เริ่มจัดเตรียมข้าวของสำหรับเพื่อเตรียมตัว ชายหนุ่มนำชุดถ้วยชาออกมาเช็ด เริ่มต้มน้ำและนำใบชาในกระปุกโลหะจากห้องเก็บของมาเรียงไว้บนโต๊ะที่เขาทำงานเป็นประจำ กวิณวุ่นวายกับการเตรียมตัวสำหรับเปิดร้าน จนกระทั่งถึงเวลาหกโมงตรง ชายหนุ่มผละออกจากเคาน์เตอร์ ปลดล็อกประตู และพลิกป้ายจาก ‘Closed’ เป็น ‘Open’
เพียงแค่ห้านาทีหลังจากเปิดร้าน ลูกค้าคนแรกก็ก้าวเข้ามา
สาวสวยร่างโปร่ง เจ้าของห้องเสื้อสไตล์วินเทจ เชอเชียร์ คานาวาเลีย....
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเชอเชียร์” ชายหนุ่มส่งยิ้มต้อนรับให้ ซึ่งเขาทำเป็นประจำยามที่ลูกค้าเข้าร้าน
“เลิกแสร้งยิ้มได้แล้ว มาดเจ้าของร้านน้ำชาใจดีที่ใช้ลวงชาวบ้านน่ะ มันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอก” หญิงสาวว่า
“งั้นเหรอครับ....หึ”ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะทำเสียงหัวเราะในลำคอ แต่ดวงตาเป็นประกายวาวดูมุ่งร้าย “แล้วไม่ทราบว่าเช้านี้ตรงการรับชาอะไรดีล่ะครับ คุณเชอเชียร์ คานาวาเลีย”
หญิงสาวชักสีหน้าอย่างไม่ชอบใจชายหนุ่มอยู่วูบหนึ่ง ก่อนจะทรุดนั่งที่โต๊ะที่ติดริมหน้าต่างที่สุด
“ขอชาที่มันแรงๆ ให้ตาสว่างล่ะกัน”
“งั้นก็เป็นชาอิงลิชเบรคฟาสต์กับบัตเตอร์เค้กมั้ยล่ะครับ”
“อะไรๆก็เอามาเถอะ”
“ ครับครับ”
ชานหนุ่มเริ่มจัดแจงกาน้ำและเปิดกระปุกชา ก่อนจะทำการผสมชาและชงอย่างชำนาญ กวิณเตรียมบัตเตอร์เค้กที่เขาทำไว้มาวางเคียงกับน้ำชาร้อนหอมกรุ่นบนถาดไม้ ชายหนุ่มยกถาดไปที่โต๊ะ ก่อนจะเสิร์ฟให้หญิงสาวที่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววไม่ชอบใจชายหนุ่มอยู่นิดๆ
“ฉันละเกลียดนิสัยตีสองหน้าของนายจริงๆ”หญิงสาวพูดตรงๆใส่ชายหนุ่ม กวิณขยับยิ้มเล็กๆ สายตามองหญิงสาวประมาณว่า ‘แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณล่ะครับ’ และทำให้เชอร์เชียร์ คานาเวเลียรู้สึกเริ่มอารมณ์เสียและเกิดอาการอยากฆ่าคนขึ้นมา
แต่ก่อนที่จะเกิดสงครามเลือดระหว่างสาวห้องเสื้อกับหนุ่มน้ำชาจะระเบิดขึ้น เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งและลูกค้าอีกคนก็ก้าวเข้ามา
“คุณกวิณครับ...”
“นัน... มีอะไร”
เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี ซานัน เรดคลิฟก้าวเข้ามา ดวงตาสีเขียวจ้องมองชายหนุ่มผมแดงที่มองกลับ ในขณะที่หญิงสาวที่กำลังจะอาละวาดหรี่ตามองทั้งคู่อย่างสนใจ
“ไม่ไปเรียนรึไง”
“เดี๋ยวไปครับ...”
“เป็นเด็กเป็นเล็กไปเรียนซะ...”
“ผมไม่ใช่เด็กซะหน่อย...” ซานันเถียงกลับ เชอเชียร์ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด บทสนทนาของเด็กหนุ่มและชายหนุ่มผมแดงทำให้เธอสนใจพอดู ส่วนกวิณก็เงียบไป
ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ
....
...
...
..
.
“แมลงสาป...”
.....
....
...
..
“ว้ากกกกก กว๊ากกกกกก ไหนครับ แมลงสาบ~!!! %^@$@%~!!!!!! แย้กกกกกกกกก~!!!!!” เด็กหนุ่มผมทองร้องลั่น กระโดดเหยงๆ ราวกับขยะแขยงอะไรซักอย่างที่อยู่บนพื้น กวิณมองเด็กหนุ่มตรงหน้า มุมปากกระตุกยิ้มเล็กๆก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“นัน!! จะตกใจอะไรกันล่ะ~!!!! มีแมลงสาบที่ไหนกัน~!!! ตานั่นก็แกล้งเธอเท่านั้นล่ะ” เชอเชียร์ร้องขึ้น เด็กหนุ่มหยุดกระโดดโหยงเหยงทันที...
“นันคิดว่าจะมีแมลงสาบในร้านจริงๆรึไง...” แววตากวิณฉายแววสนุกปนน่ากลัว “รู้สึกว่าเหมือนนายจะมีคิดว่าร้านฉันสกปรกจนมีแมลงสาบสิน่ะ...”
“ช...ใช่ที่ไหนล่ะครับ!!!... “ ซานันรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งออกมาจากเจ้าของร้านน้ำชา ”ก็จู่ๆ คุณกวินพูดถึงแมลงสาบนั่นขึ้นมานี่นา...”
“หึ...แล้วนายมีอะไรล่ะ ถึงโดดเรียนมาถึงที่ร้าน”
“ผมไม่ได้โดดเรียนซักหน่อย แค่โรงเรียนยังไม่เปิดต่างหาก~!” เด็กหนุ่มขึ้นเสียง ก่อนจะรีบตอบคำถามของคนตรงหน้าเมื่อรู้ว่าอาจจะทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นมาจริงๆก็เป็นได้ “แม่มาวานให้ผมมาขอบคุณเรื่องที่คุณกวิณมอบถุงชามะลิให้น่ะครับ...และก็....”
“เห...อย่างนายนี่ให้อะไรคนอื่นเป็นด้วยรึไง” จู่ๆเชอเชียร์พูดทะลุขึ้นมา กวิณตวัดมองหญิงสาว ก่อนรอยยิ้มชั่วร้ายจะผุดขึ้นบนใบหน้า
“อย่าคิดว่าใครจะแล้งน้ำใจแบบคุณทุกคนสิครับ...” ดวงตาสีเขียวของกวิณเป็นประกายวาวด้วยความสนุกและดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
“นายว่ายังไงน่ะ~!!!” เชอเชียร์ตบโต๊ะ ลุกขึ้นยืน ดวงตาสีเขียวฉายแววโกรธจัดที่ปลดปล่อยจากการเก็บอารมณ์มาจากที่เข้าร้านก่อนหน้าอยู่แล้ว “นายอยากตายใช่มั้ย!!!”
“เอ...อย่างผมไม่มีทางตายง่ายๆหรอกน่ะครับ คนที่จะตายเป็นคนแรกน่าจะเป็นคุณเสียมากกว่า... ตรอมใจตายเพราะพ่อไม่รัก....”
“แก!!!!”
“คุณกวิณ! คุณพูดแรงไปแล้วน่ะครับ” ซานันว่า ก่อนจะพยายามยื้อไม่ให้เชอร์เชียที่ดูโกรธจัดต่อยชายหนุ่มผมแดง “ผมว่าคุณควรจะขอโทษคุณเชอร์เชียน่ะครับ...”
“เห....แต่ฉันคิดว่าคุณเชอร์เชียต้องเป็นฝ่ายขอโทษก่อนน่ะ ในเมื่อคุณเชอร์เชียเป็นคนเริ่มก่อนเอง...”
“คุณกวิณ!!”
“คุณพ่อของคุณคงจะเห็นคุณเป็นแค่เครื่องมือที่จะไว้ใช้สืบทอดกิจการ แต่เมื่อคุณไม่เชื่อง ก็โดนพ่อแท้ๆของตนเองไล่ออกมา... ช่างน่าสงสารจริงๆเลยน่ะครับ...หึๆ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความสนุกเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวที่อาละวาดหนักขึ้นไปอีก...
ก่อนที่หญิงสาวจะอาละวาดจนร้านพังเพราะคำพูดจากปากเจ้าของร้าน เสียงกระดิ่งประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งราวกับระฆังช่วยชีวิต ชายหนุ่มผมทอง อาจารย์วิชาพลศึกษาประจำบลอดเวน เอริค ไซมอน จิลเลนฮัล ก้าวเข้ามาในร้าน
“เฮ้!เฮ้! นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย...”
“อาจารย์ ช่วยห้ามคุณเชอเชียร์หน่อยสิครับ” ซานันเหมือนจะต้านแรงโกรธของหญิงสาวไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มผมทองยังคงงงๆอยู่แต่ก็ช่วยซานันรั้งตัวหญิงสาวไว้และพาเธอออกนอกร้าน....
“แก...กวิณ อัลฟอร์ท....คราวหน้าฉันฆ่าแกแน่!!!!” ซานันได้ยินหญิงสาวเจ้าของห้องเสื้อตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวยามที่อาจารย์พละลากเชอร์เชียออกไปจนลับตา
กวิณเดินไปปิดประตูร้าน ก่อนจะเดินไปเก็บถ้วยชาและทำความสะอาดโต๊ะที่ก่อนหน้านี้เป็นของเชอเชียร์ ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาสีเขียวของซานันฉายแววโกรธเคืองที่ชายหนุ่มอย่างชัดเจน
“คุณกวิณ!!!! คุณไม่ควรจะพูดแบบนั้นกับคุณเชอเชียร์เลยน่ะครับ”
“หึ...แล้วนายคิดว่านายมีสิทธิ์มาห้ามไม่ให้ฉันพูดอะไรรึไง...นัน”
เด็กหนุ่มสะอึกไปกับคำพูดโหดร้ายของเจ้าของร้านน้ำชา ซานันกัดริมฝีปากแน่น พยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ปะทุออกมา ก่อนจะวิ่งออกจากร้านไป ไม่คิดจะหันกลับไปมองคนใจร้ายอีก
“ทั้งที่ผมตั้งใจจะมาถามแท้ๆ ว่าสูตรบัตเตอร์เค้กที่ผมแนะนำให้ไปใช้ได้รึเปล่า... แต่คุณกลับ...”
ซานันคิด... ยังคงวิ่งต่อไปไม่หยุด....
ชายหนุ่มร่างสูงมองเด็กหนุ่มผมทองที่วิ่งหายออกไปจนลับตาผ่านหน้าต่างของร้าน สายตาแสดงถึงอารมณ์ที่ไม่มีใครสามารถเดาได้ เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นอีกครั้ง และลูกค้าคนใหม่ก็ก้าวเข้ามา...
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าต้องการรับชาอะไรดีครับ” กวิณยิ้ม
*************************
อาเจ๊เชอ (แมนเกิน ขอโทษเน้อ
)
ขอโทษค๊าาาา แต่งออกมา รู้สึกว่าหลุดคาแรกเตอร์ไปไกลโขเลย โดยเฉพาะอาเจ๊เชอ (พี่ขอโทษน่ะ น้องยูกะ
)แถมแทบทุกคนจะโดนตากวิณทำร้ายทางวาจาและสายตาไปหมดเลย /ถวายตัวเองให้คุณ yooney คุณ Wadoiji คุณ Nanaya และน้องยูกะให้ฆ่าได้ตามใจชอบ
ตากวิณนี่เขียนยากจริงๆเลยค่ะ ทำท่าว่าจะหลุดคาแรกเตอร์ตั้งหลายรอบ ต้องพยายามดึงกลับมาไม่ให้รั่ว ในฟิคตอนนี้เหมือนพี่ท่านจะร้าย แต่ไม่ถึงกับโหดมาก คราวหน้าจะพยายามแต่งให้เห็นความโหดของพ่อหนุ่มน้ำชาน่ะค่ะ
ส่วนรูป รู้สึกว่าวาดชาร์ลีดูเด็กเกินไปรึเปล่าค่ะเนี่ย ฮาาาาา
แต่งเรื่องนี้รู้สึกว่า เมืองบลอดเวนก็มีคนตาสีเขียวเยอะเหมือนกันน่ะค่ะ แค่ในฟิคตอนนี้ก็สามคนแล้ว (หรือเราคิดไปเอง
)
edit @ 19 Jan 2009 13:51:50 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ
edit @ 19 Jan 2009 14:19:31 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ
*หนีไปนั่งสั่น*

อ๊ากกก.....
ชอบ! (=w="อ้าว)
(เหมือนส่งสานส์ท้ารบป่าวเนี่ย 55+)
เถียงกันคงสนุกดี :P
#1 By lovecook on 2009-01-19 14:07