[BT]Valentine Fic&Fan art + [APH] ไทยคุง
posted on 11 Feb 2009 09:37 by arysai-inu in Anime-Manga, BT
เอนทรีย์นี้ยาวน่ะค่ะ...
จะเริ่มด้วยฟิคน่ะค่ะ เป็นฟิคสำหรับวาเลนไทน์อีเวนท์ค่ะ จากนั้นก็จะเป็นแฟนอาร์ตเล็กๆน้อยของชาวบลอดเวนและสุดท้ายก็ไทยคุงค่ะ
ฟิคและแฟนอาร์ตบลอดเวนสำหรับโปรเจคนี้ค่ะ
ก่อนอื่นก็สุขสันต์วันวาเลนไทน์น่ะค่ะ
กวิณจิ๋ว ท่ายืนแอบรั่ว(ฮาาาาา)
จริงๆแล้วกวิณก็สูบบุหรี่ค่ะ แต่ไม่สูบในเวลางานเท่านั้นเอง
(ลีออนฝากมาบอกว่า คุณกวิณสูบบุหรี่กลับด้านคร้าบบบบ ฮาาาา)
และก็ขอเชิญอ่านฟิควาเลนไทน์ได้เลยค่ะ
Valentine Event Fiction - Valentine Crisis
ช่วงนี้ชายหนุ่มผมแดงหงุดหงิดเป็นพิเศษ...
ถึงแม้สีหน้าของเขาจะไม่ได้แสดงออกก็ตาม แต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาไปมีเรื่องกับคนอื่นถึงห้าครั้ง...
ถึงเขาจะไปมีเรื่องไม่มากเท่าเมื่อก่อนช่วงที่เขาเป็นวัยรุ่น แต่ตอนนี้ โดยปกติแล้ว เขาจะมีเรื่องเพียงเดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น...
เมื่อก่อนทุกครั้งเวลาที่เขาได้ระบายอารมณ์กับใคร อาการหงุดหงิดก็จะหายไป แต่เหมือนว่าคราวนี้ อาการหงุดหงิดยิ่งเพิ่มพูนไปตามกาลเวลา และไม่มีทางสงบลงง่ายๆ
ตั้งแต่เจ้าเด็กบ้านั่น ไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เขาเห็น.... ซานัน เรดคลิฟฟ์... เจ้าเด็กที่วิ่งออกจากร้านไปตอนที่เขามีเรื่องกับเชอเชียร์ เจ้าของห้องเสื้อ
สองอาทิตย์ผ่านมาตั้งแต่คราวนั้น ยามที่เขาเห็นเจ้าเด็กนั่นตามทางเดินหรือไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เจ้านั่นก็มักจะเดินหายไปก่อนที่เขาจะลากคอมาคุยให้รู้เรื่องเสียทุกครั้ง
หงุดหงิด...หงุดหงิดชะมัด เจ้าเด็กบ้านั่นกล้าดียังไงถึงหลบหน้าเขา...
ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาถึงต้องมีอาการหงุดหงิดกับเด็กคนนั้นถึงขนาดนั้น...
ที่จริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องสนใจเจ้าเด็กเมื่อวานซืนก็ได้...
แต่ความอดทนของเขาก็หมดลง ในตอนเช้าตรู่ของวันที่สิบสี่ กุมภาพันธ์...
......
หกโมงตรง เป็นเวลาที่ร้านน้ำชาอัลฟอร์ทจะเปิดให้บริการ...
กวิณผละจากเคาน์เตอร์ประจำของเขา ไปปลดล็อคประตูร้านอย่างเคย แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะหมุนตัวเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ สายตาภายใต้กรอบแว่นทรงกลมก็จับได้บางสิ่ง
ดวงตาสีเขียวกลมโตที่จ้องมองมาจากด้านหนึ่ง สบตาเขา และเพียงช่วงเสี้ยววินาที เด็กหนุ่มก็วิ่งหายไป...
กวิณยิ้มเหยียด ดวงตาสีเขียวคมกริบฉายแววลุกโชนด้วยความโมโหที่ปิดไม่มิด
‘ซานัน เรดคลิฟฟ์... นายรู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว’
และนั่นเป็นเวลาที่ความอดทนตลอดสองอาทิตย์ของหนุ่มร้านน้ำชาได้หมดลง...
.....
ชายหนุ่มผมแดงเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ ปิดเตาและยกกาน้ำลงทุกอย่าง เขาจัดการเก็บกวาดเคาน์เตอร์ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปที่ประตูร้าน เพื่อที่จะตามไปลากคอเจ้าเด็กผมทองนั่น
แต่ก็ดันมีหนุ่มผมทองอีกคน ยืนขวางประตูร้านไว้
“เฮ้! กวิณ... นายไม่เปิดร้านเรอะ...” อาจารย์พลศึกษาแห่งเมืองบลอดเวนทักชายหนุ่มผมแดงที่มีอารมณ์เตรียมตัวจะฆ่า คนได้ทุกเมื่อ แต่เหมือนคนถามจะไม่รู้ตัวเสียนี่ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายกับการขวาง ชายหนุ่มที่หน้าประตูแบบนั้น....
“ไม่เปิด...ถอยไป อัลม...” กวิณพูดด้วยน้ำเสียงห้วน
“เอ๋ ทำไมล่ะฟ่ะ ฉันอุตส่าห์จะมาชิมเค้กสุดพิเศษสำหรับวาเลนไทน์ของนายเต็มที่เลยน่ะเฟ้ย”
“ฉันไม่มีเค้กบ้าบออะไรแบบนั้น ถอยไป...”
“เฮ้ๆ ไปอารมณ์เสียมาจากไหนน่ะ” เหมือนอาจารย์อัลมอนด์เริ่มรู้ตัวถึงอารมณ์ของคนตรงหน้า จึงพยายามพูดให้กวิณสงบลง ตัวยังคงขวางทางประตูอยู่
“วันนี้วันวาเลนไทน์น่ะเฟ้ย อารมณ์เสียในวันแห่งความรักมันไม่ดีหรอกน่ะ” อาจารย์พละเริ่มร่ายยาว “วันของคู่รักที่จะมอบดอกไม้ให้กับคนพิเศษกันและกัน เป็นวันที่พิเศษสุดๆเลย ฉันอุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่ นายไม่มีอะไรจะให้ฉันเลยเรอะ ถึงนายจะไม่มีเค้ก ดอกไม้ก็ยังดีฟ่ะ...”
“...” กวิณเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“อยากได้มากใช่ไหมครับ ดอกไม้น่ะ...”
“เฮ้ย! นายจะให้ฉันจริงๆเรอะ... ขอบใจมากเลยเพื่อน!!!” อาจารย์พละยิ้มร่า
“หึ...แบมือสิ...”
อาจารย์อัลมอนด์ยิ้ม ก่อนจะแบมืออย่างว่าง่าย ชายหนุ่มผมแดงดันตัวอาจารย์พละให้พ้นทาง ก่อนจะเดินไปที่ระเบียงหน้าต่างหน้าร้าน ชายหนุ่มหันหลังให้อาจารย์อีวาน เขาจึงไม่รู้ว่าหนุ่มน้ำชาจะให้อะไรเป็นของขวัญแก่เขา...
และยามที่หนุ่มน้ำชาหมุนตัวกลับมา ก็ได้มอบของขวัญวาเลนไทน์สุดซึ้งที่คงทำให้เขาต้องจำไปอีกนาน...
เศษดินร่วงกราวจากมือของชายหนุ่มแดงซึ่งปนกับเศษซากดอกไม้อีกเล็กน้อย อาจารย์พละอ้าปากค้างกับของขวัญที่เขาได้รับ...
“เฮ้ย!!! นี่มันอะไรกันฟ่ะ” อาจารย์พละโวยวาย “แล้วไหนล่ะฟ่ะดอกไม้!!”
“หึ... ก็นั่นล่ะครับ ดอกไม้สำหรับคุณ... “ รอยยิ้มชั่วร้ายผุดบนใบหน้าของกวิณ “คุณเป็นคนแรกที่ได้รับดอกไม้จากร้านของผมเลยน่ะครับ”
อาจารย์อัลมอนด์เหลือบมองไปทางด้านหลังของหนุ่มน้ำชา ดอกไม้หน้าร้านในกระถางใบหนึ่งถูกดึงทิ้งออกไปบางส่วน และส่วนที่ถูกดึงออกมาก็อยู่ในมือของเขาเรียบร้อย....
“ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย!!! ใครที่ไหนเขาให้ดอกไม้แบบนี้กันฟ่ะ!!!! ที่ฉันอยากได้น่ะ ไม่ใช่แบบนี้น่ะเฟ้ย!!! “ อีริคเริ่มโวยวาย ก่อนจะร้องเมื่อเพื่อนรัก(?)ของเขาเริ่มเดินหนีไปแล้ว “อ้าวเฮ้ย แล้วนั่นจะไปไหนล่ะฟ่ะ!!!”
“ฝากดูร้านด้วยน่ะครับ... “ กวิณกล่าวสั้นๆ ก่อนจะเดินเลี้ยวลับหายไป... อาจารย์พละยังคงดูท่าทางหัวเสียปนงงๆ เขาปัดเศษดินออกจากมือ ก่อนจะเดินเข้าร้านน้ำชาที่ยังไม่ได้ล็อคประตูไว้
“หาเค้กกินแก้เซ็งก็ได้ฟ่ะ...” อาจารย์พละเดินไปล้างมือที่อ่างตรงเคาน์เตอร์ ก่อนจะเปิดประตูตู้เย็นและหาของกินที่เขาต้องการ...
“ไม่มีเค้กวาเลนไทน์สเปเชี่ยลจริงๆเหรอเนี่ย... ไม่เป็นไรๆ กำลังอยากกินเค้กช็อกโกแลตอยู่พอดี...” ว่าแล้วชายหนุ่มผมทองก็หยิบเค้กออกมาจากตู้เย็น หมายจะกินฉลองวาเลนไทน์เต็มที่...
************************
ชายหนุ่มผมแดงเดินไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ สีหน้าถึงแม้ว่าจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่เจ้าตัวสามารถสร้างบรรยากาศทะมึนแปลกๆให้คนรอบข้างได้อย่างน่าประหลาด
บางคนทักชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี ยามที่เห็นเขาเดินผ่านมา แต่กวิณก็ไม่ใส่ใจ เดินผ่านไป ไม่คิดแม้แต่จะทักหรือหันกลับมามองด้วยซ้ำ
ในใจคิดแต่ว่าจะต้องทำให้อารมณ์หงุดหงิดเขาหยุดเสียที...
ไม่นานนัก ชายหนุ่มเจ้าของร้านน้ำชาก็ได้หยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านสีขาวหลังหนึ่ง กลิ่นน้ำทะเลที่ไม่ไกลมากนักลอยแผ่วๆ พร้อมกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะๆ บรรยากาศดูสงบเงียบเหมาะกับเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี
บ้านของเจ้าเด็กเมื่อวานซืนที่ทำเอาเขาหงุดหงิดสะสมมาเป็นเวลานาน...
และวันนี้ เขาต้องคุยกับเจ้าเด็กนั่นให้รู้เรื่อง!
......
...
..
“อ้าว...คุณกวิณ! สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวใบหน้าสะสวย เจ้าของเรือนผมสวยสีดำสนิท ทักชายหนุ่มอย่างแปลกใจก่อนจะเปิดประตูรั้วให้ เธอออกมายืนสูดอากาศตอนเช้า ก่อนที่จะเห็นเจ้าของร้านน้ำชายืนอยู่หน้าประตูบ้านของเธอ
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มส่งใบหน้ายิ้มบริการอย่างที่เจ้าตัวทำทุกครั้งเวลาทำงานที่ร้านของตัวเอง
“วันก่อนต้องขอบคุณมากๆน่ะค่ะ สำหรับแพคเกจชา อร่อยมากๆเลยล่ะค่ะ” หญิงสาวโค้ง ก่อนจะกล่าวต่อ “ว่าแต่คุณกวิณมาหากันตั้งแต่เช้า มีอะไรรึเปล่าค่ะ”
“คือผมมาหาลูกชายของคุณน่ะครับ ซานัน... เขาอยู่รึเปล่าครับ”
“อ๋อ น้องนัน.. อยู่ค่ะ เพิ่งกลับมาบ้านเมื่อครู่นี่เองค่ะ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหนตั้งแต่เช้า” แววตาของชายหนุ่มเป็นประกายวูบเมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ “นี่ก็คงอยู่ในห้องล่ะค่ะ จะให้เรียกน้องนันดีมั้ยค่ะ?”
“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ” กวิณว่า “ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ขอผมเข้าไปหาซานันเองจะได้มั้ยครับ พอดีผมจะมาถามซานันเรื่องสูตรขนมน่ะครับ”(โกหก)
“ได้สิจ้ะ เข้ามาเลยจ้ะ”คุณแม่ของซานันยิ้มให้อย่างใจดี ไม่เอะใจเลยว่าทำไมเจ้าของหนุ่มร้านน้ำชาต้องมาถามสูตรขนมจากเด็กหนุ่มอายุ สิบสี่ปีตอนเช้าตรู่ในวันวาเลนไทน์ด้วย หญิงสาวเปิดประตูบ้านให้ชายหนุ่มที่ก้าวเข้าไป ก่อนจะเดินไปที่ห้องของซานันตามที่หญิงสาวบอกไว้ก่อนหน้า
(คุณแม่โดนหลอกซะแล้ว =w=;)
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มว่า รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก กวิณรอจนหญิงสาวเดินห่างออกไปจนพ้นสายตาแล้วจึงเคาะประตูห้องของเด็กหนุ่มผมทอง
“เข้ามาเลยครับแม่” เสียงของเด็กหนุ่มตอบมาจากหลังประตู ดวงตาสีเขียวของกวิณเป็นประกายวาว รอยยิ้มชั่วร้าย(?)ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
เด็ก หนุ่มผมทองง่วนอยู่กับหนังสือกองย่อมบนโต๊ะซึ่งส่วนใหญ่ ดูจากปกแล้ว คงจะเป็นหนังสือท่องเที่ยว ดูท่าทางว่าเด็กหนุ่มผมทองดูจะจมอยู่ในหนังสือมากเสียจนไม่ได้สังเกตเลยว่า คนที่เข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองนั้นไม่ใช่แม่ของเด็กหนุ่มและก็ได้ปิดประตู แถมล็อคจากด้านในห้องแล้ว...
“หึๆ ดูขยันดีน่ะ” กวิณเอ่ย "แต่ช่างเป็นเด็กที่ขี้ชลาดเสียเหลือเกิน กลัวฉันรึไงกัน?”
“คุณกวิณ!” เด็กหนุ่มผุดลุกออกจากโต๊ะ ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ “คุณมาได้ยังไงกันครับ!?”
“ถ้าฉันไม่มาหานายถึงนี่ นายคงคิดจะหลบหน้าฉันไปเรื่อยๆสิน่ะ” ชายหนุ่มเลี่ยงไม่ตอบคำถามของเด็กหนุ่ม ซานันสะอึกไปกับคำพูดของหนุ่มน้ำชา
“สองอาทิตย์ที่ผ่านมา นายตั้งใจจะหลบหน้าฉัน นายมีปัญหาอะไรกับฉันรึไง” กวิณเริ่มก้าวเข้าไปหาเด็กหนุ่มข้างหน้า ในขณะที่ซานันเริ่มถอยตั้งหลัก”เด็กขี้ขลาด! แม้แต่สู้หน้าฉันก็ทำไม่ได้ หึ... ช่างน่าสมเพชจริงๆน่ะ”
เด็กหนุ่มกัดริมฝีปาก ไม่พอใจกับคำพูดร้ายกาจของคนตรงหน้า แต่ก็เถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก็เป็นเรื่องจริง
“มีปัญหาก็พูดกันมาตรงๆ ไม่ใช่ทำตัวอ่อนแอน่าเวทนา ไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น” กวิณยังคงพูดด้วยถ้อยคำเสียดสีไม่หยุด “หรือนายโกรธฉันที่ฉันไปพูดแบบนั้นกับเชอเชียร์?”
“ก็คุณไม่ควรจะพูดแบบนั้น! คุณก็รู้ว่าคุณเชอเชียร์เสียใจเรื่องพ่อขนาดไหน!”
“หึ แล้วนายมีสิทธิ์อะไรที่มาโกรธฉัน นายมีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ฉันพูดเรื่องนั้น โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นเรื่องจริง...”
“คุณกวิณ!” ซานันตะโกนเสียงดัง
“จะตะโกนไปทำไม” ชายหนุ่มเดินเข้ามาปิดปากเด็กหนุ่ม “อยากให้แม่นายรู้รึไง”
ซานันดิ้นอึกอักไปมา มือของชายหนุ่มบีบใบหน้าของเด็กหนุ่มเสียแน่น จนกระทั่งเด็กชายครางอือด้วยความเจ็บปวด กวิณจึงผละมือออก
“แต่นายโกรธฉัน ไม่ยอมเจอหน้าฉันเพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยน่ะ... หึ... งี่เง่าชะมัด”
เด็กหนุ่มทำหน้าบึ้งใส่ชายหนุ่ม... จริงๆแล้วเขาไม่ได้โกรธเรื่องที่กวิณพูดแบบนั้นกับสาวห้องเสื้อเพียงอย่าง เดียว แต่เป็นเพราะความที่ชายหนุ่มชอบปิดบังความรู้สึกของตัวเองด้วยต่างหาก แถมชอบพ่นคำพูดร้ายกาจใส่คนอื่น ทั้งที่เขาพยายามให้ชายหนุ่มเปิดใจแล้วแท้ๆ และความอดทนกับการกระทำของหนุ่มน้ำชาก็หมดลง เมื่อหนุ่มน้ำชาไปพูดแย่ๆแบบนั้น....
แต่เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะบอกคนตรงหน้าเหมือนกันว่าจริงๆแล้วที่เขาโกรธชายหนุ่มเพราะอะไร...
“ซานัน...”กวิณเอ่ย หลังจากทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ”ถ้านายคิดจะหลบหน้าฉัน... แต่เมื่อเช้านายมาที่หน้าร้านของฉันทำไม”
เด็กหนุ่มผมทองสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มถามถึงเรื่องนั้น เขาหลบตาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว...
“ไม่มีอะไรหรอกครับ...”
กวิณเหลือบมองไปทางด้านหลังของเด็กหนุ่ม กระถางเล็กๆของดอกไอริสตั้งอยู่บนโต๊ะของเด็กหนุ่มปนไปกับกองหนังสือ การ์ดเล็กๆแปะไว้บนกระถาง ถึงแม้ตัวอักษรจะเล็ก แต่ชายหนุ่มก็พอรู้ว่าเนื้อความบนการ์ดใบนั้นคืออะไร...
‘ถึงคุณกวิณ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ...’
รอยยิ้มบนมุมปากผุดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว กวิณเดินไปที่โต๊ะ ก่อนจะคว้ากระถางดอกไม้มาอยู่ในมือ ซานันร้องลั่น ใบหน้าเป็นสีแดงจัด
“คุณกวิณ! จะทำอะไรน่ะครับ!” เด็กหนุ่มว่า พยายามคว้ากระถางดอกไม้กลับคืนจากมือของชายหนุ่ม
“ฉันขอรับไปล่ะกันน่ะ...” ชายหนุ่มผมแดงว่า ดวงตาสีเขียวเป็นประกายบ่งบอกถึงความพอใจอย่างชัดเจน
“หา...ค...คุณ...ผมไม่ได้คิดจะให้คุณซักหน่อย...”
“ก็นี่สำหรับฉันไม่ใช่รึไง...” ชายหนุ่มว่า ชูการ์ดบนกระถางให้ซานันดูที่ตอนนี้พูดไม่ออกและใบหน้าเป็นสีแดงจัด
“หึ” ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ก่อนจะล้วงหยิบของสิ่งหนึ่งจากกระเป๋ากางเกงและยัดใส่มือของเด็กหนุ่มเจ้า ของดวงตาสีเดียวกับเขา
นาฬิกาพกสลักลายสละสลวยอย่างประณีต ส่องประกายสีเงินในมือของซานัน...
“ถือซะว่าเป็นของตอบแทนสำหรับดอกไม้ล่ะกัน...” กวิณว่า “และเพราะว่าของอยู่ในมือนาย ฉันถือว่านายรับแล้ว เพราะฉะนั้นนายห้ามหลบหน้าฉันอีกเป็นการแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน”
“หา? คุณกวิณมายัดใส่มือผมเองน่ะ แถมคุณก็เอาดอกไม้ไปแล้วไม่ใช่รึไงครับ” เด็กหนุ่มเริ่มโวยวาย
“สำหรับนาฬิกานั่น แค่ดอกไม้กระถางเดียวไม่พอหรอกน่ะ”
กวิณพูดตัดบทเด็กหนุ่มและออกจากห้องของซานันอย่างรวดเร็วเมื่อตัวเด็กหนุ่ม พยายามปฏิเสธข้อตกลงของชายหนุ่ม หนุ่มน้ำชาทำเป็นไม่สนใจ ลาหญิงสาวผู้เป็นแม่ของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกจากตัวบ้านไป
และก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินพ้นจากรั้วบ้าน กวิณหมุนตัวมองเด็กหนุ่มที่ยืนทำหน้าบึ้งใส่ชายหนุ่ม
“นาฬิกานั่นสำคัญสำหรับฉัน และฉันก็ให้นายไปแล้ว เพราะฉะนั้นช่วยทำตามข้อตกลงด้วยล่ะ... เจ้าหนู”
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่กวิณพูดกับเด็กหนุ่ม ก่อนที่ชายหนุ่มผมแดงจะเดินหายลับไปพร้อมกับกระถางดอกไอริสในมือ
ซานันจ้องมองนาฬิกาพกสีเงินในมือ...
‘นาฬิกานั่นเป็นของสำคัญของฉัน...’
คุณให้นาฬิกาที่เป็นของสำคัญกับผม...
...
...
เด็กหนุ่มผมทองยิ้ม ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ
“จริงๆแล้ว คุณก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรสิน่ะครับ คุณกวิณ”
ขอบคุณน่ะครับ...ที่สังเกตถึงตัวผม...และความรู้สึกของผม....
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ....
และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่อารมณ์หงุดหงิดของชายหนุ่มเจ้าของร้านน้ำชาในสองอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เลือนหายไปจนแทบหมดสิ้น....
****************
แต่เมื่ออารมณ์หงุดหงิดหมดลง อารมณ์อยากฆ่าคนก็บังเกิด....
....
...
....
“อีวาน ไซมอน จิลเลนฮัล ไม่ทราบว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ครับ...”
แกร๊ง.....
ส้อมในมือของชายหนุ่มผมทองตกลงกระทบกับโต๊ะที่เต็มไปด้วยหลักฐานเต็มโต๊ะ ทั้งจานและกล่องเค้กมากมายที่อาจารย์พละนำออกมาทาน ในร้านน้ำชาอัลฟอร์ท...
“เอ่อ...กวิณ...ฮ่าๆๆๆ...ฉ...ฉันอธิบายได้น่ะ...” ชายหนุ่มผมทองหัวเราะสู้ แต่เสียงสั่นอย่างชัดเจน
เจ้าของร้านน้ำชาวางกระถางดอกไม้ลงบนโต๊ะตัวหนึ่งในร้าน ก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มผมทองที่พยายามกลบเกลื่อนหลักฐานอย่างรวดเร็ว แต่คงช้าเกินไปเสียแล้ว....
กวิณหยิบส้อมบนโต๊ะที่อาจารย์อัลมอนด์เพิ่งทำหล่นไปเมื่อครู่ หันปลายส้อมไปทางใบหน้าของอาจารย์พละอย่างข่มขู่ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากเจ้าของร้านน้ำชาจนทำเอาอาจารย์พละหน้าซีด ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“วาเลนไทน์ปีนี้ ผมอยากจุดไฟเล่นที่บ้านของคุณจังเลยครับ โดยเฉพาะที่ที่คุณเก็บคอลเลคชั่นรองเท้าไว้น่ะ” กวิณยิ้ม
“เฮือก! อย่าน่ะเฟ้ยยย!!!!!!”
***************************************************************
จบแล้วค่ะ ถ้าอ่านฟิคนี้แล้วคิดว่ามันแปลกๆก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะ งานเยอะแล้วมีผลกระทบให้เกิดอาการมุขตันค่ะ ฮาาาา
และมาต่อกับแฟนอาร์ตเลยน่ะค่ะ
แฟนอาร์ตทั้งหมดนี้ เราวาดในสมุดตอนเรียนค่ะ (ฮาาาา) แล้วพอดีเอามาสแกนที่ห้องสมุดได้ค่ะ
อีดิท: แก้ชื่อเจ๊เชอค่ะ
edit @ 11 Feb 2009 15:20:22 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ
edit @ 12 Feb 2009 10:46:52 by Aryinu * Nappo Head *ಠ_ಠ
ก่อนอื่นขอบคุณสำหรับรูปนะคะ
บังอาจ!!! ถ้าหน้าสวยๆนั่นเป็นแผลจะทำยังไง!!
โฮกมากครับ
(ฟิลแบบการ์ตูนวายต้นตำหรับเลยนะครับเนี่ย **หลบเท้า)
น้องนันน่ารักมากกกกก คุณกวิณก็น่ารักมากกก
คุณอัลมอนด์น่ารักที่สุด **หัวเราะ
ตอนที่คุณกวิณดึงดอกไม้ออกมาเจ็บปวดจังนะครับ ; v;
แฟนอาร์ตน่ารักมากเลยฮะ เจ๊เชอเท่ห์มากกก
ไทยคุงอะน้า~ น่ารักมากเลยนะ โมเอะ~~~
#1 By Alferiuz Cordierite on 2009-02-11 10:47