อเมริก๊า อเมริกา~

posted on 22 Apr 2009 10:44 by arysai-inu  in Life

เอนทรีย์นี้ยาวเหยียดนะคะ



คือจะว่าไป อยู่เอ๊กซะทีนมานาน เราไม่เคยเขียนเรื่องชีวิตที่นี่เลยนี่นา /ทรุด
(แล้วใครจะสนละฟะ orz)

 

เก็บไว้ให้ตัวเองอ่านละกัน (ฮา)

 

 


เนื่อง จากวันนี้ อากาศร้อนมาก ดูดพลังงานเราจนหมดเหลือแค่แรงไว้ให้นิ้วจิ้มแป้นพิมพ์ บวกกับไม่มีอะไรทำ (เหตุผลหลัก /ฮา) เลยจะนั่งเล่าชีวิตที่นี่แบบมั่วๆละกัน


.


.


.


อะแฮ่ม..

 

/ทำหน้าจริงจัง



จะเริ่มละนะ...



เดือนห้านี้ เราจะอยู่อเมริกามาครบสี่ปีแล้วล่ะ orz (ประเทศตาอ้วนอัลเฟรดนี่นา~)

ตอนนี้ เราเรียนมหาลัยปีหนึ่ง Art major ที่ UC Riverside...  อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียล่ะ


ชีวิตมหาลัย กับการจัดการชีวิตอยู่คนเดียวก็สนุกไปอีกแบบนะ...




จริงๆแล้วก่อนหน้าที่ถูกส่งมาที่อเมริกา ก็มีแววหลายครั้งว่าจะโดนส่งมาก่อนหน้านี้อยู่หลายรอบ...


คือ บ้านเราไม่ได้รวยอะไรเลย ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะส่งเราหรือน้องๆไปเรียนต่างประเทศ แค่เรามีสัญชาติอเมริกาเลยได้สิทธิ์เรียนฟรีในช่วงไฮสคูล แม่ก็เลยมีแผนจะส่งเรามาที่นี่ตั้งแต่ประถม... ถึงแม้ขึ้นมหาลัยมาเราจะไม่ได้เรียนฟรีแล้ว แต่เราก็อาศัยเงินทุนจากมหาลัยเอา ไม่งั้นก็ไม่รอด เพราะค่าเรียนแพงบัดซบมาก =w=

 


แต่ไม่รู้เพราะอะไร... แผนส่งกะเหรี่ยงออกนอกเมืองถึงล้มไปทุกครั้ง...


มาสำเร็จตอนเราจบม.ต้นล่ะนะ orz



คือตอนนั้นไปสอบเข้าม.ปลายไว้หลายที่ รวมถึงโรงเรียนตัวเอง ทั้งเตรียมอุดม ทั้งมหิดล และอีกสองสามโรงเรียน...


ผลออกมาคือ ตรูข้าไม่ติดซักที่ ยกเว้นโรงเรียนตัวเอง orz
(ก็เวลาเรียนชอบโดดไปเดินเล่นซื้อการ์ตูน  แถมหนังสือแทบไม่ได้แตะ orz)



จริงๆแล้ว มีอยู่หนึ่งโรงเรียนที่มีสิทธิ์ติดนะ เพราะข้อสอบไม่ยากเลย...
แต่ ที่ไม่ติด เพราะดันไปเจออาจารย์โหดๆตอนตรวจเอกสาร แล้วมีปัญหาเรื่องสำเนาทะเบียนบ้าน (แต่ก็เคลียร์ได้เรียบร้อยล่ะนะ) แล้วพอวันสอบ... เกิดอาการป๊อด อีท่าไหนไม่รู้ ข้อไหนที่ทำได้ กามั่วหมด orz



แล้วก็ไม่ติดสมใจ...orz
(ตอนนี้มานึกเสียใจ เพราะใจจริงอยากกลับไปเรียนเมืองไทยมากกว่า orz)

 

 

ช่วงปิดเทอมเดือนแรกหลังจากสอบม.ปลายเสร็จ ก็ใช้เวลาไปเรียนพิเศษที่อยากเรียน ช่วงนี้ล่ะ ที่แม่เปรยเรื่องส่งเรามาอเมริกาอีกครั้ง...



ตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะนึกว่าแม่คงจะล้มแผนไปอย่างเคย....

 

แต่ไปๆมาๆ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ล่ะเนี่ย =[]=!!!

 

ช่วงนั้นเหมือนเป็นช่วงที่เบลอๆและความทรงจำขาดหายมาก... จำได้ว่า แม่คอยทำเรื่องพวกเอกสารต่างๆนาๆ
ตอนนั้นก็ยังไม่สนใจ กำลังนอนกลิ้งเป็นซากปลาสันหลังยาวอยู่ที่บ้าน orz


ตอนแม่ถามว่าอยากไปมั้ย เราก็แบบว่าไม่ได้คิดอะไร โอเคๆกับแม่ไป

แต่พอแม่มาบอกว่าจะซื้อตั้วนี่ล่ะ เลยเริ่มสำเหนียกว่า

 

อยากเรียนเมืองไทยมากกว่า orz


 

 

เคยคุยกับแม่หลังจากสำนึกได้ว่า อยากอยู่เมืองไทยมากกว่า แม่เราบอกด้วยเสียงดุๆว่า


“ทำเรื่องถึงขนาดนี้แล้ว มาพูดอะไรป่านนี้...”

 

 

/สลด

 

แล้วแม่ก็พาน้องกับญาติอีกคนไปต่อวีซ่า...


หลังจากน้องๆที่ได้วีซ่านี่ละ เป็นอะไรที่ฉุกละหุกมาก =[]=


ยุ่งทุกวัน ออกจากบ้านแทบทุกวัน ซื้อเสื้อผ้าข้าวของ ออกไปเลี้ยงลาเพื่อน ลาครอบครัวแบบรวดเร็ว
รู้สึกตัวอีกที  ก็ได้นั่งเครื่องบิน(เป็นครั้งแรกในชีวิต) มาที่นี่แล้ว =[]= โดยนึกขึ้นได้ว่า...

 

เราไม่ได้ขนการ์ตูนมา orz
(ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่าแม่เราจะเอาไปให้คนอื่นแล้ว orz)

 

ตอนที่มาที่นี่ เรานั่งเครื่องบินมากับแม่ น้องสาว และลูกพี่ลูกน้องอีกหนึ่งคน


สิบเจ็ดชั่วโมงในการเดินทางนี่ทรมานนะ =w=

 

 

แล้วโชคดีที่เรามีญาติอยู่ที่นี่ เขาเลยรับเลี้ยงดูเรา ให้มาอยู่ในบ้าน...



อาทิตย์แรก ไม่มีอะไรมาก... แค่ต้องนอนกลางวัน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเวลาของที่นี่..
ใช้เวลาสามวันในการทำให้ตัวเองชินกับเวลานอน...


ตอนปลายอาทิตย์แม่กับญาติพาไปสมัครเรียน...


อาทิตย์ที่สอง วันจันทร์แม่พาไปที่โรงเรียนไฮสคูลเรา เพื่อคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษา


ตอน แรกนึกว่าคุยกันเฉยๆ เพราะว่าตอนนั้นโรงเรียนไฮสคูลเรายังไม่ปิดเทอม คิดว่าคงรอให้ปิดเทอมก่อนแล้วค่อยเข้าเรียน อาจารย์กับแม่ก็นั่งคุยภาษาอังกฤษไป เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง เยสโนโอเคอย่างเดียว


 พอจะกลับแล้วเราจะเดินตามแม่ แม่เราหันมาบอกว่า


“ตามมาทำไม เดี๋ยวต้องตามอาจารย์ไปเรียนนะ”

 

...

 

“ห๊ะ =[]=”

 

คืออยากจะบอกว่า ตอนนั้นตัวเปล่ามาก ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เงิน $20(เจ็ดร้อยบาท) ดินสอปากกาสมุดไม่มีอะไรทั้งนั้น =[]=



หลังจากมองแม่เดินออกไป อาจารย์ก็เรียกรุ่นพี่เราให้พาเราทัวร์รอบโรงเรียน เอาหนังสือ และ เอาล็อคเกอร์ไว้เก็บหนังสือ...


ตาราง เรียนของที่นี่ เด็กส่วนใหญ่จะลงกันหกคลาส เรียนกันซ้ำๆกันแบบนี้ทุกวัน ไม่เหมือนเมืองไทยที่โรงเรียนส่วนใหญ่ตารางเรียนจะเปลี่ยนไปตามวัน

 

 

ตอนเข้าเรียนห้องแรกไป... แบบว่าเอเชียเยอะสุดๆ =[]= (คนละติโนก็เยอะด้วย)


โดยเฉพาะเกาหลี แบบว่า เยอะมากๆ เด็กเอเชียในโรงเรียนเราห้าสิบเปอร์เซนต์เป็นเกาหลี orz



วันนั้นเรียนไปอย่างงงๆ เพราะเราฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง.. เอาตัวรอดด้วยเยสโนโอเค orz

จบวันแรกแอบมีเรื่องนิดหน่อยล่ะ orz


ช่วง เลิกเรียน (ซึ่งเป็นช่วงบ่ายสาม) หลังจากเดินหลงวนทั่วโรงเรียนเพื่อหาล็อคเกอร์ตัวเอง คือเดินนานมากจนคนเริ่มซา.. แล้วพอเจอล็อคเกอร์ตัวเอง ก็มีเด็กนักเรียนหญิงผิวดำสี่ห้าคน ล้อมหน้าล้อมหลังเรา แล้วบอกว่า



“Give me your money”

 

 

นี่ตูโดนไถเงินตั้งแต่วันแรกเลย ช่างเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมาก =[]=!

 

 

แต่ด้วยความที่เราโง่ภาษาอังกฤษอย่างแรง (คือจริงๆก็พอรู้ล่ะนะว่าเขาไถเงิน) เราก็ทำหน้าเอ๋อใส่ เขาเลยบอกว่าขอกระดาษกับปากกา

แล้วเราก็ให้เขาด้วยล่ะ =[]=!

เจ๊คนนึงในนั้นก็เขียนว่า “Give me your money” แล้วชูกระดาษใส่เรา...

เรา ก็ไม่รู้ว่าจะฝ่าวงล้อมอาเจ๊ไปได้ยังไง แต่พอดีมีคนผ่านมาแล้วเหมือนรู้ว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตราย (ฮา) เลยเข้ามาถามว่า “What are you doing?” กลุ่มอาเจ๊เลยแตกกระเจิง เราก็เลยขอบคุณเขา แล้วให้เขาช่วยเปิดล็อคเกอร์ให้เพราะเราเปิดไม่เป็น...

 

โคตรอนาถเลย..orz

 

ช่วง นั้น อีกเดือนกว่าไฮสคูลถึงจะปิดเทอม เราจึงใช้เวลาช่วงนั้นเรียนม.สามอีกรอบ เพื่อปรับสภาพตัวเองให้ชิน แต่ก็ไม่นับเกรดอะไรนะ (ไฮสคูลที่นี่ เริ่มเรียนตั้งแต่ม.สาม-ม.หกล่ะ)



พอปิดเทอมก็หมดไปกับการเรียนซัมเมอร์อีกล่ะนะ


ตอนเริ่มเรียนจริงๆคือเกรดสิบ ช่วงนั้นเราเป็นคนที่เงียบมาก แบบเงียบมากๆ อยู่โรงเรียนพูดแทบนับคำได้


จนอาจารย์นึกว่าเราเก็บกด... ไปบอกอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วเรียกญาติเรามาคุยด้วย (พร้อมเราที่นั่งหน้าเอ๋อ)


จริงๆแล้วไม่ได้เก็บกดอะไรหรอกนะ แค่เป็นคนขี้กลัวไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเพราะกลัวผิด แถมไม่รู้จะพูดอะไรก็เลยไม่พูดซะเลย...

 

 =w=;;;;;

 

จนสุดท้าย อาจารย์ที่ปรึกษาก็ให้เราไปติวพิเศษฝึกพูดทุกวัน =[]=


ก็ช่วยได้บ้างนะ แต่เอาเข้าจริงๆ เพื่อนๆในห้องก็ยังเห็นว่าเราเป็นคนเงียบๆอยู่ดี


ช่วงเกรดสิบนี่ แทบไม่ค่อยมีอะไรเลย เพราะเราเป็นคนเงียบ เลยไม่ค่อยมีเพื่อน
ขึ้น เกรดสิบเอ็ดก็เหมือนกัน ปีนั้นเป็นปีที่เจอเพื่อนสนิทที่เป็นคนไทยเหมือนกัน... เริ่มพูดมากขึ้น แต่คนรอบข้างก็ยังมองว่าเงียบอยู่ดี orz


สองปีแรกของไฮสคูล ไม่ค่อยมีอะไรจริงๆนะ จำไม่ค่อยจะได้ด้วย (อาการของคนสมองปลาทอง orz)

 

พอปีสุดท้ายนี่ ก็สนุกพอตัวเลยล่ะ เพราะสำนึกว่าถ้าเราไม่พูดให้มากขึ้น ขึ้นมหาลัยมีแต่ตายกับตาย... (อยู่มหาลัยพูดน้ำไหลไฟดับ orz)

ปีนั้นเป็นปีที่ทั้งสนุกและปวดหัวพอดู...


ตอนเกรดสิบเอ็ด หลังจากสอบ SAT และ SAT II เพื่อเข้ามหาลัยแล้ว เกรดสิบสองก็เป็นช่วงที่เราต้องสมัครมหาลัย
(รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้ามหาลัย จิ้มตรงส่วน Recommend ของแทคมีกึ๋นนะ (โฆษณาซะงั้น /ฮา))


หลังจากสมัครแล้วติดได้สี่ห้าที่ (มหาลัยที่เราสมัครเข้าง่ายจะตาย แค่สอบก็ติดแล้ว orz) เราก็เลือกมหาลัยที่เราอยู่ตอนนี้ล่ะนะ


ช่วงนี้ล่ะ ที่เครียดและปวดหัวมากจนท้อและร้องไห้ไปหลายรอบ =w=


ทางมหา ลัยขอเอกสารเยอะมากๆ แล้วแบบว่าส่งไปแล้วอย่างหนึ่ง พอได้ก็จะขออีกอย่าง ถามจิกๆ จะเอาให้ได้ เราก็เครียด เพราะสถานการ์ณที่บ้านที่อยู่ช่วงนั้นใช่ว่าจะดี....
บางเอกสารก็ขอมา แบบว่าจะไปหาได้จากไหน = =” วิ่งไปตามไฮสคูลและก็สำนักงานเขตโรงเรียน เขาก็บอกว่าเอกสารที่มหาลัยขอ เขาไม่เคยทำออกมา ทางมหาลัยก็น่าจะรู้...


แต่ทางมหาลัยก็ไม่ฟัง จิกๆจะเอา orz ช่วงนั้นเราเองก็ต้องดึงเกรดวิชาเคมีด้วย เพราะถ้าเราตก เราก็ไปงานพิธีจบการศึกษาไม่ได้ orz


สุดท้าย... ไม่รู้ยังไง เช็คอีกทีก็บอกว่า เอกสารครบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย...


....


..


=[]=
(แอบโมโหนะเนี่ย)

 

แต่พอผ่านช่วงตรงนี้ไปได้ เวลาสามเดือนที่เหลือหลังจากนั้น เป็นช่วงที่สนุกที่สุดของไฮสคูลเลยล่ะ


เริ่มแรกก็ไปเข้าค่ายติวเลข เพราะต้องสอบเลขเทียบของคลาสในมหาลัย สนุกมาก ถึงแม้จะโดนอาจารย์หลอกว่ามีหิมะก็เถอะ orz


จาก นั้นโรงเรียนก็พอไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์โต้รุ่งฉลองจบ... หลับคารถไฟทัวร์รอบดิสนีย์แลนด์ orz (แต่ดิสนีย์แลนด์ตอนกลางคืนนี่สวยจริงๆนะ)


งานพิธีจบการศึกษาเป็นอะไรที่แบบว่าสนุกเหมือนกัน เพราะมีคนเลี้ยงข้าวหลังเลิกงาน (ฮา)


และหลังจากจบแล้วก็นอนกลิ้งไปเรื่อย ใช้ชีวิตไปวันๆตอนปิดเทอม จนเดือนสุดท้ายก็เริ่มเตรียมตัวเข้าหอพักมหาลัย

 

ส่วน นี่เป็นรูปรอบๆโรงเรียนและห้องเรียนของไฮสคูลเรานิดหน่อยที่พอมี ส่วนใหญ่จะถ่ายตอนปีที่แล้ว แต่โดยรวมตั้งแต่ช่วงเข้าใหม่กับตอนนี้ โรงเรียนก็แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย...

 



 
 


หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย อยากจะบอกว่าเป็นอะไรที่สนุกจริงจัง


อาจจะเป็นเพราะว่าหลังจากเริ่มเรียนในมหาลัยมาอยู่หอแล้ว เรามีอิสระมากขึ้น ทำอะไรที่อยากทำ


เริ่มแรกเทอมแรก เข้ามหาลัยมาด้วยคณะวิทยาคอม แต่พอเจอคลาส C++ ไปถึงกับอึ้งรับประทาน

 

และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเปลี่ยนคณะอย่างด่วนมาเป็น Art และทำให้ติคภาคทัณฑ์เทอมที่แล้ว เพราะเกรดต่ำกว่าสองด้วย orz

 

 

 

 

ชีวิตมหาลัยนี่สนุกนะ แต่ก็ไม่ได้ง่ายๆเหมือนกัน


ถึงจะเรียนแค่สามวิชาต่อเทอม แต่แค่นี้ก็ทำเอาเราเกือบตายแล้ว...orz


ชีวิตเมืองนอกก็ไม่ได้สบายๆนะ อยู่แบบเซอร์ไววัลมาก (ฮา) แต่ก็ถือเป็นประสบการ์ณที่ดี

จริงๆ อยากเขียนอะไรอีกเยอะแยะ (อย่างเรื่องที่ไปเที่ยวกับเรื่องที่บ้านที่เจอ orz) แต่เอาเรื่องโดยคร่าวๆแค่นี้ก่อนละกัน

 

สุดท้ายนี้....

 

ตูอยากกลับไปเรียนเมืองไทย orz


 

ป.ล. แคลิฟอร์เนียร้อนมาก

 

edit @ 22 Apr 2009 11:13:12 by aryinu *Nappo Head*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ...ชีวิตป้าซาบโหดมันฮา
ถือว่าเราได้เรียนรู้ชีวิตและสังคมอีกแบบไปแล้วกันซาบ
มันเป็นสิ่งที่พี่นี้ดมากเลยนะตอนเด็กๆ
ตอนหลังตระหนักว่ากุไม่อยากใช้ชีวิตเมืองนอก
แค่เที่ยวก็พอ


ป.ล. เรียนจบกลับมาเรามีมีตส้มตำน้ำตกกัน โอเคปะ
เมืองไทยก็โซฮอต

orz

#2 By buffy on 2009-04-22 11:08

โอ ชีวิตหนุกหนาน

ตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือ "บันทึกของหมูฟู" แล้วประทับใจมาก ตั้งใจมั่นว่าโตขึ้นจะสอบเอเอฟเอสไปเมกาให้จงได้

ปรากฏพอโตขึ้นมาจริง มีโอกาสสอบแต่ก็ไม่ได้สอบ orz

รีบเรียนรีบจบกลับมาเน้อ เดี๋ยวมีตรับป้าซาบ

ป.ล. กทม.โซฮอตจริงๆ

#3 By Cyanic on 2009-04-22 12:42

อึ้ง... เค้าไถตังค์กันอย่างนั้นเลยหรออะรี่ =[]=! แร๊ง!!!
ไฮสคูลในรูปแอบไฮโซนะนั่น อยากไปซักครั้งมั่งจัง (แต่วัยเลยมานานละ - -')

ปล. เมืองไทยฮอตเช่นกันจ้า sad smile

#4 By Pukpik on 2009-04-22 20:10

อา ชีวิตป้าซาบนี้มันช่างเอ็กไซ๊ติ้งดีแท้ ...

" เราไม่ได้ขนการ์ตูนมา orz "
อา นั่นมันเป็นจุดสิ้นหวังของชีวิตเลยนะป้าซร๊าฟฟฟฟฟ

อา ไอ้ที่โดน Give me your money ...

อา อ่านแล้วฉุนมากเลย(ทั้งๆที่มันก็ต้องมีเด้กจัน_รกันทุกที่ล่ะนะ)
อา ป้าซาบถ้ามีโอกาส เตรียมตัวให้พร้อมนะฮะ
ขนการ์ตูนไปให้หมดและพอโดนไถก็เอาการ์ตูนวายโปะหน้าแมร่มเลย !!!
นังพวกชะนีดำวูดูเอ๊ย !! คราวหน้าตรบมันเลยนะฮระ ดำถึกมีหรือจักสู้ไทยถึกได้ !! ชะนีสันดรไม่ดีเยี่ยงนี้ต้องตบล้างน้ำเสีย !!

อา ชีวิตมีอะไรอีกมากมาย แล้วมาเล่าให้ฟังอีกเน่อ ^ ^

#5 By Pupu Meteor on 2009-04-22 20:58

...โดนไถเงินนี่มันบัดซบที่สุด..

#6 By othila on 2009-04-22 21:17

อ่า....ว่าจะไปตอนต้นเดือนมิถุ
ญาติอยู่ ซานฟราน แถวๆ ซานเมเทโอ
มันไกลกว่ากันมากมั้ยนะ orz""

เรื่องตอนอย่อเมริกานี่เยอะเหมือนกัน ยิ่งตอนช่วงเป็น exchange

นึกแล้วก็ขำดี

#7 By ++Soleil7775++[Nanaya] on 2009-04-27 11:19

^
^
จากแถวที่ทรายไปซานฟราน นั่งรถเจ็ดชม.ค่ะพี่ แต่ถ้านั่งเครื่องบินน่าจะประมาณชั่วโมงกว่าค่ะ

จริงค่ะพี่ ตอนนั้นเครียด ตอนนี้ขำ ก็ฮาไปอีกแบบ

#8 By ป้าซาบ on 2009-04-27 14:09